ร่วมแสดงความยินดีกับอันดับ 4 ของประเทศไทย

  • Posted on: 4 February 2014
  • By: Webmaster


 

               "เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้า คือ การได้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานตราสัญญลักษณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นที่4 "จตุตถดิเรกคุณาภรณ์" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญในชีวิตของข้าพเจ้าคือ การได้เข้าเฝ้ารับเสด็จ พระราชาธิบดีกุสตาฟที่16 กษัตริย์แห่งสวีเดน เมื่อครั้งเป็นพระราชอาคันตุกะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องในวโรกาสงานพระราชพิธีฉลองครองราชย์ 60ปี กาญจนาภิเษก โดยข้าพเจ้า ได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าพระบาทในการนำเสด็จเยี่ยมชมสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย และที่ประทับใจด้วยอีกประการคือ การได้เห็นรถยนต์พระที่นั่งเป็นรถยนต์วอลโว่ครับ"

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายสุกิจ สุขสิริสรณ์

ร่วมแสดงความยินดีกับ อันดับ 4 ของประเทศไทย

 

 

 "ก้านกล้วย" รถ drag racing หนึ่งเดียวของชาววอลโว่

                    เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่หลงไหลในยนตรกรรมสวีเดน จากงานอดิเรก จนกลายเป็นความฝัน ความมุ่งหมาย ความมุ่งมั่นทุ่มเท จนประสบความสำเร็จ กับรางวัลรถยนต์ที่เร็วที่สุดอันดับที่ 4
ของประเทศไทย เรามาฟังความรู้สึกของเขากันครับ  คุณสุกิจ สุขสิริสรณ์ หรืออากู๋ ของพวกเราชาววอลโว่คลับไทยแลนด์

 


 

                    สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาววอลโว่คลับไทยแลนด์ทุกท่านครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณมิตรรักแฟนก้านกล้วย Rservices ทุกท่าน ที่ส่งแรงใจไปช่วยเชียร์ช่วยลุ้นกันตั้งแต่ก่อนแข่ง จนถึงแข่งเสร็จครับ ขอบคุณทุกๆ ท่านจากใจ ขอบคุณน้องๆ ทีม Rservices ทุกคน และคนสำคัญ Mr.Tony HoHenHaus ….You’re the great man again. … แปลว่า “ นายแน่มาก…. อีกแล้วครับท่าน”  ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจนมาถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้

                    จริงๆ แล้วที่ทีมเราและในใจตัวผมเองตั้งเป้าไว้ แค่ระยะการทำเวลาก็อยู่ในย่าน 8.8-8.5 วิ เป็นอย่างเร็วที่สุดแล้ว  ตำแหน่งก็คาดว่าอยู่ที่ประมาณ ที่10 ถึง 8 อย่างเต็มที่  เพราะเราเองทราบดีว่าปีนี้มีรถที่ทำเวลา ได้ดีเตรียมพร้อมรอกันอยู่หลายคัน นับดูแล้วผ่านอันดับและเวลามากกว่านี้คงยากทีเดียว


                    สำหรับก้านกล้วยในปีนี้ ก็เริ่มทำกันในเวอร์ชั่นใหม่ นับแต่ปลดชิ้นไฟเบอร์ออกเพื่อไปทำกระดองครอบ และส่งชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไปทำ ก็ตกอยู่ในเดือนมกราคม ดำเนินมาจนถึงเดือนกรกฎาคมที่เครื่องยนต์ตัวใหม่สำเร็จเสร็จพร้อมจูน แต่ปรากฎว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เครื่องตัวใหม่ที่ใช้เวลาในการสั่งผลิต และส่งมาถึงเมืองไทยกว่า 4 เดือน (เตรียมใส้ในเครื่องไว้ตั้งแต่ปี49 แล้ว แต่ทำไม่ทันซุปอัพปีที่แล้ว) ได้พังคาไดโน่ในขณะจูน ผมแทบล้มทั้งยืนหน้าแท่นไดโน่เลยอะครับท่านผู้ชม  จึงตัดสินใจแยกร่างส่งตัวถังทำเฟรมก่อน แล้วจึงตามด้วยเครื่องทีหลัง ระหว่างการทำเครื่องครั้งแรกจนถึงการทำตัวถัง
มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย จนหลายครั้งผมเองก็อยากจะหยุดและเลิกทำมันไปเลย  มีปัญหาในหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเทคนิค ปัญหาในการเลือกใช้วัสดุ ปัญหาในวิธีการติดตั้งและใช้งาน ปัญหาในความคิดต่างมุมมองของแต่ละคนแต่ละสำนัก ปัญหาด้านการประสานงาน และมาสุดท้ายคือข้อจำกัดของเวลา เนื่องจากเดือนสิงหามีเวลาเหลือทำเฟรมและตัวเครื่องอยู่แค่ 3 เดือน จนถึงวันซุปอัพเท่านั้น ช่วงเวลานั้นทำให้ผมต้องมาคิดและตัดสินใจว่าทำ หรือไม่ทำ เอ่ะ…  หรือยังไงดี ถึงตรงนั้นต้องคิดเองตัดสินใจเองแล้ว ไม่มีอะไรหรือใครมาช่วยได้ ดันมารักเองชอบเอง
ต้องแก้เอง ว่าใครก็ไม่ได้ จะไปโทษใครได้นอกจากตัวเราเอง ของแบบนี้ไม่มีใครมาเฉลยให้เรา แล้วฟีลด์นี้เข้ามาแล้ว ออกทางเดิมก็ไม่ได้อีกหละ เราต้องแก้ปัญหาเอง ดังนั้น ยุทธการบู๊ ยื้อยุด ฉุดกระชาก ตื้อแหลกก็ได้บังเกิดขึ้น  ง้อ ขอร้อง อ้อนวอน ให้ช่วยทำให้หน่อย ทำให้ทีเถอะ ประมาณเสียเงินแล้วต้องยกมือไหว้ยังไงอย่างงั้นเลยครับ ชั่วโมงนั้นแทบอยากจะแนะนำหลายๆ คนที่รู้จักว่าถ้าชอบรถ ชอบความเร็ว อย่ามาทำอย่างผมเลยครับ มันทรมาน อยู่บ้านสบายๆ ซื้อรถดีๆ สวยๆ ขับ ยังดีซะกว่าอีก แต่บังเอิญก้นบึ้งแล้ว ใจผมมันรนหาที่จริงๆ  มันไม่ยอมสลบอยู่ลึกๆ  ถามตัวเองแล้ว ยังพอมีเปลวไฟ
เหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ก็เลยเดินทางต่อครับ จนมาถึงปลายเดือน11 ซึ่งเฟรมและเครื่องก็เสร็จพร้อมจูน พอทำเรียบร้อยรถก็มีแรงม้าอยู่ประมาณ 1251.5 แรงม้า น้ำหนักลดลงมาเหลือ 1085 กิโลกรัม ใจดีขึ้นมาเยอะเลยอะครับ รถเสร็จวันอังคารที่แล้วนี่เองครับ และมาเก็บงานรายละเอียดจนถึงวันศุกร์เย็น รีบนำรถมาตรวจสภาพ หลังจากตรวจแล้วก็นำรถมาวิ่งเทสต์รัน รอบแรก 12.46 ครับ ท่านผู้ชม อายมากเลยครับ ช่างที่ทำรถให้ก็หน้าไม่สเบยเลยครับ ช่างทำรถก็มาบอกเราว่า มีคนมองดูเราขับอยู่เยอะนะครับ อยากให้ผมทำให้ดีกว่านี้ ผมก็เฉยๆ ไม่อยากไปนึกถึงสายตาคนอื่นใด เพราะอย่างผมมันก็แค่
คนธรรมดาบ้านนอกขอนแก่นชาวอีสานดีๆ คนนึงครับ  จะไปแคร์อะไร เพราะไม่มีอะไรต้องเป็นภาระในศักดิ์ศรี  ชิวๆ ครับ ก็เลยคิดว่า ถ้าคุณอยากขับและ

ขับได้ดีก็เอาเลยครับ ผมให้เต็มที่ เต็มเหนี่ยว ผมก็เลยตัดสินใจให้เขาขับเองซะเลย เพราะผมเองก็ไม่เคยขับในเวอร์ชั่นที่เป็นเฟรมและแรงขนาดนี้ แต่ปรากฎว่าพอวิ่งไปแล้วกลับมาที่เส้นสตาร์ทใหม่  พวกเราก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินในเวลานั้นเลย นั่นคือเสียงชาร์พละลายครับ  โอ้ โห พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันอะไรจะขนาดนี้หละเนี่ย  เมื่อเดือนสิงหาเพิ่งจะพังคาไดโน่ แก้ไขและทำจนเสร็จ จนมาเดือนพฤศจิกายน และคืนนี้ และพรุ่งนี้จะแข่งแล้ว เครื่องพังครับ หมดกัน ทีมงาน Rservices หน้าจ่อยทุกคนเลยครับ ผมรู้สึกถึงในใจทุกคนเลยครับว่า ผมไม่น่าให้คนอื่นขับเลย ผมน่าจะขับเอง
ความผิดมาตกอยู่ที่เราอีกแล้วครับท่าน  แต่ก็เดินหน้าต่ออีกเช่นเดิมครับ กรรมการยังไม่เป่านกหวีดหมดเวลา ผมเองก็ยังไม่หยุดวิ่งทำประตูอะครับ  คิดอะไรไม่ออก ตื้อครับ ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลกและชนะทุกอย่าง ตอนนั้นในใจคิดว่าจะเอาไงดี จะบอกทุกคน เพื่อนๆ ในวอลโว่ว่าไง บอกกับเพื่อนๆ ชาวสวีเดนที่นัดกันไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วยังไง บอกเลิกที่พักยังไง และคนอื่นๆ อีก ยกเลิกดีมั้ย หรือปล่อยมันตามเวรตามกรรม ถึงตรงนี้อยากจะบอกความรู้สึกกับทุกท่านว่า เวลาทำงานอะไรและพอไปค้างคาอยู่ตรงระหว่างทางแล้ว ถ้าต้องขอร้องให้คนอื่นเขาทำแล้วเขาไม่ทำ หรือทำในแบบที่เราไม่ชอบ หรือบังคับให้เรา
ต้องรับให้ได้โดยปริยาย มันเป็นอะไรที่ทรมานความรู้สึกมากครับ

จนมาถึงวันเสาร์ประมาณบ่ายสามโมง รถยังไม่มา ผมคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงเดินไปปรึกษาคุณเรียม (งานนี้ต้องขอขอบคุณคุณเรียมเป็นพิเศษจริงๆ เลยครับ เพราะมันเป็นจุดพลิกผันและคุณเรียมก็เป็นตัวแปรช่วยให้สภาวะผมตรงนี้ผ่อนคลายลงได้ ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ)  ผมเลยทำหนังสือยื่นให้กับนายสนามเพื่อขออนุมัติวิ่งควอลิฟายคัดเลือกเพียงรอบเดียว ภายในเวลาไม่เกินทุ่มครึ่ง นายสนามก็อนุมัติและแจ้งว่าได้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ….  ถ้าเลยเวลา หรือถ้ามาทันแต่วิ่งไม่ได้เวลาต่ำกว่า10 วิ ก็… พบกันใหม่ปีหน้า ผมก็ต้องโอเคครับ ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือครับ เจ้าประคุณช่วยครับ
รถสไลด์มาถึงเอารถลงเข้าเส้นสตาร์ทเวลา 19.24 น.ครับ เหลืออีก 6 นาที ให้ช่างญาแกขับให้เลยครับ เพราะไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว ปรากฎว่าเวลาผ่านเข้ารอบได้ 8.9 วิ ครับ  โอ้…. รอดไปอีกวันแล้วครับ

                    พอมาถึงเช้าวันอาทิตย์ ผมและทีม Rservices เหนื่อยมากครับ เลยนอนกันยาวหน่อย คิดว่ามาถึง 10 โมง แล้วค่อยมาซ้อมขับสักสองสามรอบก็คงพอ แต่ที่ไหนได้ ผิดคาดอีกแล้วครับ สนามเขาปิดให้ซ้อมไปตอน 9.30 น แล้วครับ ทำยังไงดีหละ ซ้อมไม่ได้แล้ว แถมยังขับไม่ได้เรื่องเลยเพราะมีขับอยู่ครั้งเดียว 12.4 วิ เพียงรอบเดียวก่อนเครื่องพังครับ ตอนนั้นไม่ใช่ผมคนเดียวที่เข้าใจผิดว่าสนามเปิดให้ซ้อมขับได้จนถึง 11 น เหมือนปีที่แล้ว ช่างญาเองแกก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกัน หัวเราะให้กับชีวิตเลยครับ คราวนี้ ไม่เป็นไรครับ ไม่มีให้ซ้อมก็ไม่เป็นไร จะเป็นไงก็เป็นกันครับ ในใจก็คิดว่าอยากรู้จังเลย
ว่าผลสุดท้ายจะออกมาให้เราเป็นยังไงหละเนี่ย อยากรู้จริงๆ  ขอหาทางดูก่อนแล้วกัน  รุ่น Super Max แข่งตอน16.20 น.(แต่แข่งจริงตอนประมาณหกโมงเย็นครับ) ระหว่างบ่ายสองโมงถึงสี่โมง ผมก็ไม่ทราบจะทำอันใด ก็ได้แต่นั่งรอไม่ได้ไปไหน ก็เลยมาชวนน้องๆ ช่วยทำตัวเป็นไฟสัญญาณปล่อยรถออกตัว อันนี้นายอาร์ตเป็นคนช่วยผมฝึกครับ ผมนั่งทำสมาธิ และซ้อมออกตัวแบบจินตนาการ ทำเสียงเหมือนมีเครื่องจริงๆ และฝึกซ้อมใช้อุปกรณ์ต่างๆ การเข้าไฟ ล๊อกตำแหน่งออกตัว เร่งเครื่อง กดไนตรัส เปลี่ยนเกียร์ เหยียบเบรคพร้อมกางร่ม ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำอยู่ชั่วโมงครึ่งในรถ เพราะคิดว่ามันเป็น
วิธีเดียวที่จะอุดช่องโหว่และลดจุดอ่อนของเรา  ในขณะนั้นแรงกดดันรอบตัวผมไม่ต้องพูดถึงครับ มันมีมาทุกทิศทางครับ  ไม่ว่าจะช่างที่ทำรถเอง ความหวังและการรอดูผลงานของผมจากน้องๆ ทีม Rservices แฟนก้านกล้วย คนที่สบประมาทว่าตัวถังวอลโว่วิ่งไม่ได้ คิดยังไงเอาวอลโว่มาทำ คนขับก็หน้าใหม่ขับไม่ได้เรื่อง คู่แข่งในรุ่นเดียวกันที่กระดูกแต่ละคนนี้มีแต่เบอร์แข็งๆ หนาๆ ทำเวลาในแต่ละรอบชนิดที่ไม่มีที่เหลือให้ยืนเลยครับ ผมคิดดูแล้วมันก็โหดดีเหมือนกันครับ เมื่อเวลามาถึง ผมก็กำหนดไว้ว่าผมจะทำอะไรในแต่ละรอบ ภาวนาในใจว่าอย่าให้มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอีกระหว่างนี้เลย

                    รอบแรกก็วิ่งได้ 9.4 วิ ผมเดาว่าหลายคนคงเริ่มจะไม่เห็นผมแล้ว บางคนคงคิดว่าผมแย่แน่ SuperMax วิ่ง 9.4  เตรียมเก็บของกลับบ้านได้เลย สำหรับผม…. ไม่สนใจและไม่แคร์อะไรทั้งหมด ยังมีเหลืออีกสองรอบ เข้าไปเลยครับ ไม่คิดอะไรในหัว ปล่อยให้มันโล่งๆ  นั่งแล้วขับไป ทำตามที่ฝึกมา รอบสองผมวิ่งได้ 8.9 วิ คราวนี้เริ่มเห็นรอยยิ้มของคนที่อยู่รอบๆ ครับ หลายๆ คนมีความหวัง และเริ่มลุ้นผม รอบที่สาม เมื่อถึงเวลาวิ่ง ช่างญาถามผมว่าจะให้เพิ่มอะไรหรือเปล่า  ไหวมั้ย ผมตอบว่าทำอะไรได้เพิ่มอะไรได้ก็เพิ่มเลยครับ เพราะเหลืออีกรอบเดียว ผมจะทำให้มันบรรลุซะในรอบสุดท้ายนี้ ปรากฎว่า
เวลาออกมาได้ 8.3 วิ ตอนนั้นผมไม่ทราบเวลาหรอกครับ มารู้ทีหลัง แต่ตอนวิ่งแล้วเบรคนี่ซิ ร่มมันดันกางช้าเพราะผมเข้าเลยเส้นแล้วยังไม่ยกคันเร่งเลย เลยต้องดริฟท์ที่ปลายเส้นเหมือนปีที่แล้ว แทบแย่เลยอะครับ

                    สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตของกระผมเอง ที่ผมได้มีโอกาสได้ทำ ได้พิสูจน์  จึงขอถือเป็นโอกาสที่ดีในครั้งนี้ ที่จะมาเล่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมให้กับเพื่อนสมาชิก เป็นเหตุการณ์ที่ถือเป็นครั้งสำคัญที่สุด และประทับใจที่สุดในชีวิตของผมเช่นกันครับ

ขอบคุณกู๋ สำหรับเรื่องราวดีๆ
และขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.grandprixgroup.com